ราคาทองคำร่วงแรง หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แกร่ง หนุนคาดการณ์ Fed ขึ้นดอกเบี้ย
เศรษฐกิจและทองคำ

ราคาทองคำร่วงแรง หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แกร่ง หนุนคาดการณ์ Fed ขึ้นดอกเบี้ย

✍️ Administrator 📅 ⏱️ 1 นาทีอ่าน 👁️ 6 ครั้ง

ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยสูญเสียกำไรที่ทำได้ตลอดทั้งปี หลังจากข้อมูลการจ้างงานล่าสุดของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาดการณ์ ซึ่งตอกย้ำความคาดหวังของนักลงทุนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เพื่อรับมือกับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่

สถานการณ์ราคาทองคำล่าสุด

ทองคำสปอตปรับลดลงมากถึง 3.5% แตะระดับ 4,315 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ก็ลดลงมากกว่า 3.2% มาอยู่ที่ 4,342 ดอลลาร์ต่อออนซ์

หลังจากที่ราคาทองคำเคยพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ใกล้ระดับ 5,600 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม ปัจจุบันราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงและลบกำไรที่ทำได้ตั้งแต่ต้นปีไปจนหมดสิ้น

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โลหะมีค่าสีทองนี้เผชิญกับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางต่างๆ จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น สถานการณ์เช่นนี้ส่งผลเสียต่อทองคำ แม้ว่าทองคำจะมีบทบาทดั้งเดิมในการเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อก็ตาม นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ราคาทองคำได้ลดลงเกือบ 18%

ปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ

การปรับตัวลดลงล่าสุดของราคาทองคำเกิดขึ้นหลังจากรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก นักวิเคราะห์กล่าวว่าข้อมูลนี้อาจเปิดประตูสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed

“เรามีตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก” Bart Melek หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกของ TD Securities กล่าวกับ Reuters หลังจากการเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันศุกร์

ทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ต่างพุ่งสูงขึ้นหลังจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงาน ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนอย่างทองคำ

ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ

ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น การถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจะมีความน่าสนใจลดลงเมื่อเทียบกับการลงทุนในพันธบัตรหรือสินทรัพย์อื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น

“ด้วยความจริงที่ว่าเรายังคงมีสงครามในอิหร่านและราคาน้ำมันที่สูงมาก รวมถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ทำให้ไม่น่าเป็นไปได้ที่ Fed จะอยู่ในอารมณ์ที่จะลดอัตราดอกเบี้ยเลย ผลกระทบต่อทองคำในที่นี้คือต้นทุนการถือครองกำลังสูงขึ้นมาก” Melek กล่าวเสริม

แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลาที่เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่แรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐฯ ได้บดบังบทบาทดังกล่าวไปชั่วคราว

มุมมองตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ย

ปัจจุบันตลาดกำลังประเมินโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมอยู่ที่ประมาณ 68% ตามเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ซึ่งเพิ่มขึ้นจากประมาณ 50% ก่อนการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงาน

Beth Hammack จาก Cleveland Fed ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสมาชิกที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย (hawkish) และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการลงคะแนนเสียงของ Federal Open Market Committee (FOMC) ได้กล่าวในโพสต์ LinkedIn หลังรายงานการจ้างงานว่า “อาจถึงเวลาที่เหมาะสมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า เนื่องจากตลาดแรงงานดูเหมือนจะอยู่ในภาวะสมดุล”

สถานการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าทองคำยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายในระยะสั้นจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของ Fed และความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตามองอย่างใกล้ชิด

📚 แหล่งอ้างอิง

ที่มา: MINING.COM (05 Jun 2026)

อ่านบทความต้นฉบับ →

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทำไมราคาทองคำถึงร่วงลงอย่างรุนแรง?
ราคาทองคำร่วงลงอย่างรุนแรงเนื่องจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งเพิ่มความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม
การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำอย่างไร?
การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำสูงขึ้น เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น การลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน เช่น พันธบัตร จะมีความน่าสนใจมากกว่า ทำให้ความต้องการทองคำลดลงและกดดันราคา
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีผลต่อราคาทองคำอย่างไร?
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่งนำไปสู่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แม้ว่าทองคำจะเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อตามปกติ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ ผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยกลับมาเป็นปัจจัยที่กดดันราคาทองคำมากกว่า
นักวิเคราะห์มีมุมมองอย่างไรต่อทิศทางราคาทองคำในระยะสั้น?
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะยังคงเผชิญกับแรงกดดันในระยะสั้น เนื่องจากตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed อย่างไรก็ตาม บางส่วนยังคงมองว่าทองคำยังมีบทบาทในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง
ทองคำใน IMF บทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพการเงินโลก
เศรษฐกิจและทองคำ

ทองคำใน IMF บทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพการเงินโลก

สำรวจบทบาทสำคัญของทองคำในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การถือครองทองคำของ IMF มีผลต่อเสถียรภาพการเงินโลกอย่างไร

📅 ⏱️ 1 นาที
ทองคำกับบทบาทสำคัญในการสร้างการเข้าถึงทางการเงินทั่วโลก
เศรษฐกิจและทองคำ

ทองคำกับบทบาทสำคัญในการสร้างการเข้าถึงทางการเงินทั่วโลก

ทองคำมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ ช่วยให้บุคคลและครัวเรือนมีความมั่นคงทางการเงินและเข้าถึงสิ...

📅 ⏱️ 1 นาที
ธนาคารกลางอินเดียปฏิเสธข่าวขายทองคำสำรอง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
เศรษฐกิจและทองคำ

ธนาคารกลางอินเดียปฏิเสธข่าวขายทองคำสำรอง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์

ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานข่าวจาก Bloomberg ที่ระบุว่าได้ขายทองคำสำรองมูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อพยุงค่าเงินรูปี

📅 ⏱️ 1 นาที